อาจจะเป็น นูโน่ ที่เหมาะที่สุดสำหรับการให้ ตราโอเร่ ฉายแสง

ผลการแข่งขันที่สนามวิลล่า พาร์ค ในเกมล่าสุดน่าจะเป็นอีกหนึ่งเกมที่แสดงศักยภาพของ อดาม่า ตราโอเร่ ออกมาได้อย่างชัดเจน เมื่อถูกส่งลงสนามเป็นตัวสำรอง และเป็นเหมือนกับจุดเริ่มในเกมรุก ก่อนที่ วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอร์เรอร์ส จะได้ประตูชัยช่วยให้ทีมบุกไปเอาชนะ แอสตัน วิลล่า ด้วยสกอร์ 1-0 ทำให้ทีมยังมีความหวังในการไปเล่นฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีกในฤดูกาลหน้า

แต่อีกเรื่องราวหนึ่งที่น่าสนใจคือช่วงเวลา 5 ปีที่ผ่านมาของตราโอเร่ก่อนที่จะเป็นหนึ่งในนักเตะเนื้อหอมในปัจจุบัน เมื่อไม่สามารถแสดงศักยภาพออกมาได้อย่างเต็มที่ โดยทิม เชอร์วู้ด เป็นคนเซ็นสัญญานักเตะจากบาร์เซโลน่า ไปยังวิลล่าในปี 2015 ด้วยค่าตัว 7.1 ล้านปอนด์ และเคยกล่าวถึงนักเตะว่า “เขาเป็นนักเตะที่ผมติดตามมาอย่างยาวนาน เขามีร่างกายที่ยอดเยี่ยม และเขาก็ได้แสดงมันออกมาแล้ว”

แต่ด้วยประสบการณ์ที่มีไม่มากนักของตราโอเร่ ทำให้ไม่สามารถสร้างความแตกต่างให้กับทีมได้เท่าที่ควร ก่อนที่จะสร้างผลงานได้อย่างโดดเด่นให้กับวูล์ฟแฮมป์ตัน โดยเฉพาะฤดูกาลนี้ เมื่อได้ลงเล่นให้กับทีมของ นูโน่ เอสปิริโต ซานโต อย่างต่อเนื่อง และโทนี่ พูลิส อดีตกุนซือของพรีเมียร์ลีก กล่าวว่า “ผมไม่ต้องการเปรียบเทียบเขากับนักเตะคนอื่น หวังว่าเขาจะสร้างชื่อให้กับตัวเองได้ เพื่อทำให้ทุกคนอยากจะเป็น ‘นิว อดาม่า ตราโอเร่’”

กับหลากหลายเกมที่ตราโอเร่ลงสนามให้กับวูล์ฟแฮมป์ตันในฤดูกาลนี้ ไม่ว่าจะเป็นตัวจริง หรือตัวสำรอง ดาวเตะวัย 24 ปี ก็สร้างความอันตรายให้กับคู่แข่งได้ตลอด ทั้งจังหวะกระชากลากเลื้อย, การเปิดบอล, แอสซิสต์ หรือการทำประตู และกลายเป็นตัวหลักในเกมรุกของทีมในฤดูกาล 2019-20 โดยตราโอเร่ยังแสดงให้เห็นถึงความเร็ว, พลัง, ทักษะ และความแข็งแกร่ง ด้วยร่างกายที่กำยำ และกลายเป็นหนึ่งในนักเตะที่เนื้อหอมคนหนึ่งของพรีเมียร์ลีก

ปัจจุบันวูล์ฟแฮมป์ตันรั้งอยู่ในอันดับที่ 5 ของตารางคะแนนพรีเมียร์ลีก โดยเก็บไปได้ 52 คะแนน จากการลงสนาม 32 เกม ในขณะที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อันดับที่ 6 มีอยู่ 49 คะแนน แต่ลงเล่นน้อยกว่า 1 เกม ทำให้ทีมของนูโน่ยังมีลุ้นไปเล่นฟุตบอลยุโรปถ้วยใหญ่อย่างชัดเจน ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับความสม่ำเสมอในการสร้างผลงาน และการประสานงานร่วมกันของตราโอเร่ และราอูล คิเมเนซ

วูล์ฟแฮมป์ตันจะได้เล่นในบ้านเจอกับอาร์เซน่อล, เอฟเวอร์ตัน และคริสตัล พาเลซ โดยจะบุกไปเยือนเชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด, เบิร์นลี่ย์ และเชลซี ใน 6 เกมที่เหลือ